การติดตั้ง Tool ส่งออก 43 แฟ้ม (Tool แยก)

Untitled

[แนะนำ] การติดตั้ง Tool ส่งออก 43 แฟ้ม (Tool แยก)

การติดตั้งโปรแกรมส่งออก 43 แฟ้ม Tool 43 File Export

1.ดาวน์โหลด โปรแกรมส่งออก 43 แฟ้ม [คลิก]
เมื่อดาวน์โหลดมาแล้ว ให้ทำการติดตั้ง
ดับเบิ้ลคลิก ->> 
3.เมื่อทำการติดตั้ง เรียบร้อยแล้ว จะมี icon ปรากฏที่หน้า Desktop ให้ดับเบิ้ลคลิกเข้าใช้งานได้เลย
4.เมื่อคลิกเข้ามาแล้ว ให้เลือก การเชื่อมต่อ เพื่อเชื่อมต่อฐานข้อมูล HOSxP / HOSxP_PCU และให้ Login เข้าใช้งานได้เลย (ใช้ user / pass เดียวกับการเข้า HOSxP / HOSxP_PCU)

เมื่อ Login เข้าใช้งานแล้ว ให้เอาเครื่องหมาย [/] ออกจาก mysql local processing ดังรูปที่ 4

เมื่อส่งออกสำเร็จ ก็จะมีหน้าต่าง สรุปผลการส่งออก 43 แฟ้ม ออกมาให้เราได้ตรวจสอบข้อมูลของแต่ละแฟ้มได้ เบื้องต้น

ไวรัสเรียกค่าไถ่อีกตัวหนึ่ง เตือนสำหรับงานเอกสารวิจัยโดยเฉพาะ

jaff
jaff
นักโจมตีที่อยู่เบื้องหลังภัยร้ายที่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ค้นภายใต้แรนซั่มแวร์ที่ชื่อว่า Locky และ Bart ได้กลับมาอีกรอบด้วยมัลแวร์ตัวใหม่ที่มีความสามารถเหลือล้น ชื่อว่า Jaff ที่หากใครโดนมันเข้ารหัสแล้วล่ะก็ ! ต้องเสียเงินค่าไถ่สูงถึง 3,700 เหรียญฯ คิดเป็นเงินไทยก็เกือบๆ 1.3 แสนบาท

ความเหมือนของมันกับพี่ใหญ่ทั้งสองก็คือ Jaff จะกระจายตัวเองผ่านทางสแปมเมล์ ที่ส่งมาโดยตัว Necures บอตเน็ต โดยในรายงานของ Malwarebytes บอกว่า Necurs นั้นตรวจพบครั้งแรกในปี 2012 และเป็นบอตเน็ตที่ยังอยู่ยั้งยืนยงมาอย่างยาวนานในทุกวันนี้

ซึ่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา นักวิจัยจากทาง IBM Security บอกว่า Necurs นั้นเป็นตัวการทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์กว่า 6 ล้านเครื่องนั้นติดเชื้อ และยังคงส่งแบทช์อีเมล์นับล้านในแต่ละครั้งอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในตัวการร้ายที่ทำการส่งพวกมัลแวร์ประเภทโทรจันและแรนซั่มแวร์เลยแหล่ะ

อีเมล์ที่ทางนักวิจัยตรวจพบนั้น มันเหมือนการเลียนแบบการส่งเมล์ที่ทำขึ้นมาโดยอัตโนมัติจากเครื่องพิมพ์ โดยหัวข้อเรื่องก็เป็นคำง่ายๆ เช่น Copy, Doucment, Scan, File หรือ PDF ต่อด้วยหมายเลขที่มีการสุ่ม

สมมติไฟล์ PDF ที่แนบมานั้นเรียกว่า nm.pdf ก็จะมีเอกสาร Word ฝังลงมากับมัน และเจ้าเอกสารตัวที่สองนี้เองที่มีมาโครตร้ายกาจ แอบติดมาและเก็บคำสั่งบางอย่าง สำหรับปฏิบัติการเมื่อผู้ใช้คลิกมัน ซึ่งหากมาโครตัวนี้รัน มันก็จะทำการดาวน์โหลดแรนซั่มแวร์ Jaff ลงมาทันที และแน่นอนมันก็จะเริ่มทำการเข้ารหัสไฟล์ที่ตรงกับลิสต์ของไฟล์นามสกุลที่มันวางเอาไว้ และเมื่อติดแล้วก็จะเห็นว่าจะมีนามสกุล .jaff ต่อท้าย

จากนั้นแรนซั่มแวร์มันจะสร้างไฟล์ขึ้นมาสองอัน พร้อมด้วยข้อมูลขั้นตอนสำหรับเหยื่อ ในการจ่ายเงินเป็นแบบ บิตคอยน์ เพื่อที่จะแลกตัวถอดรหัสไป ซึ่งพอร์ทัลของการจ่ายเงินนั้นถูกโฮสต์อยู่บนเครือข่าย Tor และเป็นพอร์ทัลที่ถูกใช้โดย Bart แรนซั่มแวร์ด้วย นี่จึงทำให้เห็นว่าเป็นความสัมพันธ์ลึกๆ ระหว่างแรนซั่มแวร์สองตัวนี้ โดยพบว่าค่าไถ่ไฟล์นี้สูงถึง 2 บิตคอยน์หรือคิดเป็นเงิน 3,700 เหรียญฯ

ที่มา : http://www.pcworld.com/article/3196482/security/new-ransomware-jaff-demands-3700-payments.html

แจ้งเตือนระวังไวรัสเข้ารหัสระบาดหนัก อย่ากดรับอะไรมั่วๆ โดยเฉพาะเอกสารที่ส่งมากับเมลของท่าน

1422930406

เตรียมพร้อมรับมือ

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติในภาพอาจจะมี ข้อความไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ
ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ
ในภาพอาจจะมี ข้อความ

สิ่งที่ SysAdmin ต้องทำโดยด่วนในขณะนี้ เพื่อป้องกัน #มัลแวร์เรียกค่าไถ่#WannaCrypt ที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกในขณะนี้

* ท่านที่ดูแลห้องแล็ปคอมฯ หรือดูแลศูนย์สารสนเทศองค์กรที่ใช้ Windows XP, 7, 8, 10 หรือฝั่งเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ Win server 2003, 2008, 2012, 2016 #รีบอัปเดทโดยด่วนก่อนจะโดนมัลแวร์ยึดเครื่องทั้งองค์กร จะเป็นเหตุให้แก้ปัญหายากกว่านี้มากมาย

>> ลิ้งอัปเดทแพตช์ระบบ Windows
Link1: https://technet.microsoft.com/…/libr…/security/ms17-010.aspx
Link2 : https://blogs.technet.microsoft.com/…/customer-guidance-fo…/

หมายเหตุ
ในกรณีที่กลัวอัปเดทไม่ทัน หรือมีทีมงานไอทีจำกัด ให้ปิดการใช้งาน SMB ไปก่อน (โดยเฉพาะเครื่องที่ระบบเป็น Windows XP สำคัญมาก)

ขั้นตอน
วิธีที่ 1
1. คลิกที่ Start > Control Panel > Program and Features > Turn Windows features on or off
[ ] SMB 1.0/CIFS File Sharing Support (ยกเลิก / )
2. คลิกปุ่ม OK

วิธีที่ 2
1. ปิดพอร์ต TCP/UDP SMB หมายเลข 135-139 และ 445 (ที่ firewall)

————————
กรณีไม่ทำการแก้ไขเครื่องสุ่มเสี่ยงต่อการที่มัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCrypt เจาะเข้าระบบจากรูรั่วของ windows ทีไม่อัปเดทแพตช์
———————–
ลิงค์ตรวจสอบการแพร่กระจายของมัลแวร์เรียกค่าไถ่ WannaCrypt
Link1: https://intel.malwaretech.com/botnet/wcrypt

Link2: https://intel.malwaretech.com/WannaCrypt.html
———————

> ฟอร์แมตไฟล์ที่จะถูกเข้ารหัส เปลี่ยนเป็นนามสกุล .WCRY
.lay6
.sqlite3
.sqlitedb
.accdb
.java
.class
.mpeg
.djvu
.tiff
.backup
.vmdk
.sldm
.sldx
.potm
.potx
.ppam
.ppsx
.ppsm
.pptm
.xltm
.xltx
.xlsb
.xlsm
.dotx
.dotm
.docm
.docb
.jpeg
.onetoc2
.vsdx
.pptx
.xlsx
.docx

อ่านต่อได้ที่ http://www.cyberswachhtakendra.gov.in/…/wannacry_ransomware…

หมายเหตุ2
WannaCrypt นับเป็นภัยอันตรายที่ส่งผลต่อผู้ใช้คอมพิวเตอร์ทั่วโลกพร้อมๆ กันเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว ระวังข้อมูลองค์กร ข้อมูลตนเอง และระวังตัวด้วยนะครับ จริงๆ พนักทุกคนต้องร่วมด้วยช่วยกัน คนละม้ายคนละมือ อย่าฝากความหวังไว้ที่ SysAdmin หรือไอทีเพียงอย่างเดียว เห็นใจคนทำงานสายนี้จริงๆ

ขอให้สนุกกับการทำงาน การแก้ปัญหา ตัดเน็ตเวิร์ค และปิดการทำงานของ SMB1 บนระบบ Windows เช้าวันจันทร์นี้ (15 May 2017)อย่าลืมออกประกาศไปถึงพนักงานทุกคนด้วย มันไม่ช่ายเรื่องเล่นๆ เรื่องใหญ่มากกกกกก อย่าวัวหายแล้วล้อมคอก 🙂

#DrArnutTips

การโหลด Video หรือ Music ใน Youtube ง่ายๆ

การโหลด Video  หรือ Music ใน Youtube ง่ายๆๆ

เช่น https://www.youtube.com/watch?v=H1uDaVYrAJM ถ้าโหลดวิดีโอ ก็เพิ่ม SS ใส่หน้า Youtube
ยกตัวอย่าง  https://www.ssyoutube.com/watch?v=H1uDaVYrAJMโหลดเพลง https://www.youtube.com/watch?v=H1uDaVYrAJM  ก็เพิ่ม to หลัง Youtube
ยกตัวอย่าง https://www.youtubeto.com/watch?v=H1uDaVYrAJM

การตั้งFontให้เอกสารในอนาคต แก้ไขปัญหาFont ไม่เหมือนกันในเอกสาร

1

การตั้งFONT ให้เอกสารในอนาคต

ท่านเคยไหมเวลาเราเปิดโปรแกรม MS word ขึ้นมาแล้วแทนที่เราจะได้พิมพ์เอกสารแล้วได้Fontที่ต้องการเลยกลับ ต้องไปแก้ไขตัวอักษรให้เป็นแบบที่เราต้องการอีกครั้ง วันนี้เรามีวิธีการเซ็ตค่าให้font นั้นเป็นเอกสารเริ่มต้นตลอดกาลเลยมาดูวิธีกัน 1. เปิดโปรแกรมMS word ขึ้นมา แล้วทำการเลือกแบบและขนาดที่เราต้องการ ในที่นี้ผมเซ็ตค่าเป็น TH SarabunPSK ขนาด 16

2. กดปุ่มนี้ แล้วจะแสดงหน้าต่างให้เลือกแล้วเลือก ตั้งเป็นค่าเริ่มต้น

3. เลือกเอกสารทั้งหมดที่มีพื้นฐานบนแม่แบบปกติ… แล้วก็ ตกลงเลยครับ

4. จากนั้นเอกสารครั้งต่อไปจะเป็นfontที่้เราเลือกไว้แบบน่าอัศจรรย์เลยครับลองเปิดดูนะครับ

“ท่านั่ง” พิชิตอาการปวดเมื่อย

49359621 - businesswoman working at desk suffering from backache

ที่มา : เว็บไซต์ไทยรัฐ,สสส.

 

“ท่านั่ง” พิชิตอาการปวดเมื่อย thaihealth

รู้ไหมว่า อาการปวดหลังเพราะนั่งนาน มีสาเหตุสำคัญมาจาก การนั่งที่ “ผิดท่า” อาทิ

           การนั่งเอนพิงพนักโดยเว้นที่ว่างระหว่างสะโพกกับพนักพิง ส่งผลให้กระดูกสันหลังช่วงล่างงอเป็นทรงโค้ง   การนั่งหลังค่อม นั่งห่อไหล่ ทำให้กล้ามเนื้อต้นคอ สะบัก เมื่อย เกร็งอยู่ตลอดเวลา  กรณีมีการใช้งานอุปกรณ์ประเภทจอภาพประเภทต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ มือถือ แสงจากหน้าจออาจมีส่วนกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ การจับเมาส์ด้วยท่าทางที่ผิดธรรมชาติเป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ หรือการเล่นมือถือในท่าเดิมซ้ำๆ อาจส่งผลร้ายแรงไปถึงขั้น อาจทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อกดทับเส้นประสาท หรือเส้นเอ็นอักเสบ เกิดพังผืดยึด นิ้วล็อก หรือข้อมือล็อกได้

สำหรับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบนั่งท่าเดิมๆ ติดกันวันละหลายๆ ชั่วโมง สามารถปกป้องสุขภาพของตนเอง ด้วยท่านั่งที่ถูกต้องได้ ดังนี้

          1. นั่งหลังตรง นั่งให้เต็มก้นคือหลังตรงชิดขอบด้านในของเก้าอี้ การนั่งพิงพนัก ช่วยเรื่องการจัดระเบียบหลัง ทำให้หลังตรงโดยอัตโนมัติตามแนวของพนักพิง แต่ถ้าไม่ได้นั่งพิงพนัก ต้องพยายามฝึกนั่งหลังตรงตลอดเวลา

          2. ยืดไหล่ ตั้งคอตรง

          3. หากที่นั่งของเก้าอี้ลึกเกิน อาจจะหาหมอนหนุน เพื่อช่วยให้หลังตรงได้

          4. ควรเลือกขนาดของโต๊ะและเก้าอี้ให้เหมาะสมพอดีกับสรีระ สะโพกและขาต้องตั้งฉากกัน

          5. หากเก้าอี้สูงเกินไปและปรับระดับไม่ได้ ควรหาม้านั่งตัวเล็กไว้ใต้โต๊ะเพื่อวางเท้า

         6. ปรับระดับจอภาพของอุปกรณ์ที่ใช้ให้อยู่ในระดับสายตา

         7. จอภาพ ควรห่างจากตา 12-18 นิ้ว

         8. แป้นคีย์บอร์ดควรอยู่ในระดับข้อศอกและข้อมือ

         9. ใช้เมาส์โดยพักข้อศอกบนที่รองแขน และสามารถเคลื่อนไหวได้แบบไม่จำกัดพื้นที่ 

           และนอกจากนี้ ควรกะพริบตาบ่อยๆ ขณะใช้คอมพิวเตอร์หรือมองหน้าจอมือถือ เปลี่ยนอิริยาบถ ลุกเดิน และละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์และมือถือทุก 45 นาที รวมถึงออกกำลังกายเป็นประจำ เพียงแค่นี้ท่านก็จะห่างไกลจากอาการบาดเจ็บจากการนั่งผิดท่านานๆ แล้ว

         หมายเหตุ: ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพหรือมีโรคเกี่ยวกับระบบกล้ามเนื้อและกระดูก ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวของท่านก่อนทำท่าออกกำลังกายดังที่กล่าวมาข้างต้นเพื่อให้แน่ใจว่าท่าทางการ ออกกำลังจะไม่เป็นอันตรายต่อภาวะสุขภาพที่ท่านเป็นอยู่ และควรใช้ความระมัดระวังในการทำท่าออกกำลังกาย โดยให้ทำท่าต่างๆ อย่างช้าๆ และไม่ทำท่าเหยียดยืดที่รุนแรงหรือมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดการบาดเจ็บของระบบกล้ามเนื้อและกระดูกได้

เชื้อก่อโรคในส้มตำหอยดอง

20894703 - thai papaya salad with fermented fish  som tum slatternly

ที่มา : เว็บไซต์ไทยรัฐ

เชื้อก่อโรคในส้มตำหอยดอง thaihealth

ส้มตำ เป็นอาหารที่รับประทานได้ทุกมื้อ ทุกที่ ทุกเวลา เนื่องจากเป็นอาหารที่หารับประทานง่ายและปรุงเองได้ง่ายตามใจชอบโดยสามารถใส่วัตถุดิบได้หลากหลายชนิด

        เรามักเรียกชื่อส้มตำแต่ละชนิดตามวัตถุดิบ เช่น ส้มตำมะม่วง ส้มตำแตง ส้มตำถั่ว ส้มตำปูปลาร้า ส้มตำกระท้อน ส้มตำหอยดอง เป็นต้น

        หลายคนมักจะตั้งคำถามและพิพากษาให้ส้มตำเป็นอาหารที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องความปลอดภัย เหตุเพราะบางรายทานแล้วเกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย ขั้นเบาถึงขั้นรุนแรง นั่นเป็นเรื่องที่ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ สาเหตุของอาการดังกล่าว เกิดขึ้นจากจุลินทรีย์ก่อโรคที่มีอยู่ในอาหาร และที่มักพบบ่อยและคุ้นหู คือ วิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส

         เชื้อก่อโรคชนิดนี้ เป็นเชื้อที่มักพบปนเปื้อนในอาหารทะเล และตามธรรมชาติ ดิน แม่น้ำ ทะเล อากาศ เมื่อนำอาหารทะเลมาใช้เป็นวัตถุดิบปรุงอาหาร หรือหากมือผู้ปรุงสัมผัสกับเชื้อ เมื่อเราทานอาหารเข้าไป ร่างกายก็จะได้รับอันตรายจากเชื้อก่อโรคเข้าไปด้วย เชื้อชนิดนี้มีระยะฟักตัว 4-96 ชั่วโมง หลังจากที่ทานอาหารที่มีการปนเปื้อนเข้าไป ส่วนใหญ่อาการจะเกิดประมาณ 15 ชั่วโมงหลังจากได้รับเชื้อ อาการทั่วไปคือ ท้องเสีย เป็นตะคริว อาเจียน มีไข้หนาวสั่น

วันนี้ สถาบันอาหารทำการสุ่มเก็บตัวอย่างส้มตำหอยดองตามร้านขายส้มตำ จำนวน 5 ตัวอย่าง จาก 5 ย่านการค้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อตรวจหาการปนเปื้อนของ เชื้อ วิบริโอ พาราฮิโมไลติคัส ผลปรากฏว่าไม่พบการปนเปื้อนในส้มตำหอยดองทุกตัวอย่าง วันนี้ท่านที่โปรดปรานส้มตำหอยดองก็คงสบายใจกันได้

10 เคล็ดลับ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ

30637324 - fitness, sport, training, gym and lifestyle concept - group of women working out with steppers in gym

ที่มา : ผศ.นพ.ยุทธนา  อุดมพรงานสร้างเสริมสุขภาพศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

10 เคล็ดลับ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ thaihealth

ใครๆ ก็อยากมีสุขภาพที่แข็งแรง แต่การออกกำลังกายจะให้ได้สุขภาพดีนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

1. รู้จักประมาณตน การประมาณตนในการออกกำลังกายแต่พอควร จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญอาหารและพลังงานส่วนเกินได้ดี  มีข้อสังเกตคือ ถ้าออกกำลังกาย เหนื่อยแล้ว ยังฝืนต่อด้วยความหนักเท่าเดิมโดยไม่เหนื่อยเพิ่มขึ้น และพักไม่เกิน 10 นาที ก็รู้สึกหายเหนื่อย แสดงว่าร่างกายทนได้  ตรงข้ามถ้าออกกำลังกายจนเหนื่อยทนไม่ไหว หรือพักแล้วยังไม่หายเหนื่อย แนะนำให้หยุด   เพราะขืนเล่นต่อไป  อาจเกิดหัวใจวายเฉียบพลันได้

2. มีโรคประจำตัวหรือไม่ หากมี ควรปรึกษาแพทย์ก่อนที่จะเลือกวิธีการออกกำลังกายเพื่อความปลอดภัย

3. แต่งกายเหมาะสม  ควรใช้ผ้าฝ้าย  เพื่อระบายความร้อนสะสมที่เกิดขึ้นขณะออกกำลังกาย เพราะความร้อนจะเป็นตัวจำกัดการออกกำลังกาย แล้วยังทำอันตรายต่อระบบต่างๆ ในร่างกายด้วย ส่วนการเลือกใช้รองเท้าที่ไม่เหมาะกับสภาพสนาม อาจส่งผลเสียต่อการเคลื่อนไหวและเกิดการบาดเจ็บได้

4. เลือกเวลาออกกำลังกาย เวลาเช้าตรู่และตอนเย็นเหมาะที่สุดในการออกกำลังกายมากกว่าตอนกลางวัน  ซึ่งจะทำให้เหนื่อยเร็วและได้ปริมาณน้อย  บางรายอาจหน้ามืด10 เคล็ดลับ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ thaihealthเป็นลมก็มี ทั้งนี้ควรเป็นเวลาเดียวกันทุกวัน เพราะจะส่งผลดีต่อการปรับตัวของร่างกาย

5. สภาพกระเพาะอาหาร  ควรงดอาหารหนักเพื่อป้องกันการจุกเสียดก่อนออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาอย่างน้อย 3 ชั่วโมง โดยเฉพาะกีฬาที่มีการกระทบกระแทก เช่น รักบี้ฟุตบอล  บาสเกตบอล รวมถึงกีฬาที่ต้องเล่นเป็นเวลานานๆ เช่น วิ่งมาราธอน  จักรยานทางไกล  ซึ่งควรรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายในปริมาณไม่ถึงอิ่มเป็นระยะๆ จะดีกว่า

6. ดื่มน้ำเพียงพอ หลังการออกกำลังกาย ร่างกายจะสูญเสียเสียน้ำได้ถึง 2 ลิตร หรือมากกว่านั้น ดังนั้นควรให้น้ำชดเชยในปริมาณเท่ากับที่สูญเสียไป โดยดื่มทีละนิดๆ เป็นระยะ

7. บาดเจ็บกลางคัน  ขณะออกกำลังกาย  ให้หยุดพักจะดีที่สุด แต่หากบาดเจ็บเล็กน้อย อาจออกกำลังกายต่อได้ แต่ถ้ารู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น  ก็ต้องหยุด เพราะการฝืนต่อไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

8. จิตใจต้องพร้อม   ควรทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง หากมีเรื่องไม่สบายใจ ก็ไม่ควรออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

9. ความสม่ำเสมอ  ไม่ว่าจะออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรงหรือลดน้ำหนัก แต่จะได้ผลแค่ไหนขึ้นกับปริมาณ และความหนักเบาของการออกกำลังกายด้วย

10.พักผ่อนเพียงพอ  หลังการออกกำลังกาย  จำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูสภาพของตนเองและพร้อมรับการออกกำลังกายครั้งใหม่อย่างมีพลังต่อไป